วัยหมดประจำเดือนที่เกิดจากการผ่าตัดนำรังไข่ทั้งสองข้างออก ไม่ว่าจะทำร่วมกับการตัดมดลูกหรือไม่ก็ตาม มาในรูปแบบที่ต่างจากวัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติที่หลายคนคุ้นเคย วัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติค่อยๆ เกิดขึ้นในช่วงหลายปี เพราะฮอร์โมนจากรังไข่ลดลงทีละน้อย แต่วัยหมดประจำเดือนจากการผ่าตัดเกิดขึ้นทันที ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดฮวบภายในไม่กี่วันหลังผ่าตัด ร่างกายจึงไม่มีช่วงเวลาปรับตัวเลย

ความรวดเร็วนี้เองที่ทำให้อาการหลังผ่าตัดรังไข่มักรุนแรงกว่าที่เพื่อนที่กำลังเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือนตามธรรมชาติจะเล่าให้ฟัง อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง และการนอนหลับที่ถูกรบกวน อาจปรากฏภายในสองสัปดาห์แรกแทนที่จะค่อยๆ สะสมนานเป็นปี ความหนาแน่นของกระดูกและการปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดที่เอสโตรเจนช่วยสนับสนุนตามปกติก็ได้รับผลกระทบเร็วขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ผ่าตัดก่อนอายุ 40 ปี

การตัดมดลูกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ตัดรังไข่ออก ไม่ได้ทำให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนทันที แม้ว่าอาจทำให้ช่วงเวลานั้นมาเร็วขึ้นเล็กน้อย และไม่มีรอบเดือนให้สังเกตอีกต่อไป การนำรังไข่ออกโดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า oophorectomy ต่างหากที่เป็นตัวกระตุ้นให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน การรู้ว่าตนเองผ่าตัดแบบใด และรังไข่ถูกนำออกทั้งสองข้างหรือไม่ จึงสำคัญเมื่อต้องปรึกษาขั้นตอนถัดไปกับแพทย์

เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบบฉับพลันไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไป ผู้หญิงจำนวนมากจึงได้ประโยชน์จากการพูดคุยเรื่องฮอร์โมนทดแทนก่อนหรือไม่นานหลังผ่าตัด แทนที่จะรอจนอาการรบกวนชีวิตประจำวัน แนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ เหตุผลของการผ่าตัด และประวัติสุขภาพส่วนตัวและครอบครัว ซึ่งเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกคน

ควรพบแพทย์ก่อนการผ่าตัดนำรังไข่ออกแบบเลือกได้ เพื่อพูดคุยทางเลือกฮอร์โมนล่วงหน้า หรือพบแพทย์โดยเร็วหลังผ่าตัดหากมีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน การนอนหลับถูกรบกวน หรือช่องคลอดแห้งที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน