ช่วงใกล้หมดประจำเดือน (perimenopause) มักไม่ได้เปลี่ยนจากรอบเดือนปกติไปเป็นไม่มีประจำเดือนในทันที แต่รอบเดือนมักจะสั้นลง ยาวขึ้น มามากขึ้น มาน้อยลง หรือขาดหายไปเป็นเดือน ๆ ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง การแยกแยะว่าการเปลี่ยนแปลงแบบไหนเป็นเรื่องปกติของช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ และแบบไหนควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เป็นคำถามที่พบบ่อยในห้องตรวจ
โดยทั่วไป รอบเดือนที่คลาดเคลื่อนไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ การขาดประจำเดือนเป็นครั้งคราว และปริมาณเลือดที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปมากขึ้นหรือน้อยลงในช่วงหลายเดือนถึงหลายปี ถือว่าสอดคล้องกับความผันผวนของฮอร์โมนในช่วงนี้ แต่สิ่งที่ควรได้รับการตรวจคือ เลือดออกมากผิดปกติ (ซึมผ้าอนามัยเร็ว มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่) เลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกใด ๆ หลังจากไม่มีประจำเดือนมาแล้วครบสิบสองเดือนติดต่อกัน เพราะรูปแบบสุดท้ายนี้ตามนิยามแล้วไม่ใช่ช่วงใกล้หมดประจำเดือนอีกต่อไป แต่เป็นเลือดออกหลังหมดประจำเดือน ซึ่งควรได้รับการตรวจทุกครั้ง
เหตุผลที่การแยกแยะนี้สำคัญคือ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของเลือดในช่วงใกล้หมดประจำเดือนตามปกติ และการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ต้องรักษา อาจมีลักษณะเลือดออกที่คล้ายกันจากภายนอก ทั้งตัวผู้หญิงเองและแพทย์ไม่สามารถแยกได้แน่ชัดจากรูปแบบเลือดเพียงอย่างเดียว การตรวจอัลตราซาวด์ และบางครั้งการเก็บชิ้นเนื้อ คือสิ่งที่จะช่วยแยกทั้งสองภาวะนี้ออกจากกันได้จริง
การจดบันทึกมีประโยชน์มากในจุดนี้ การจดความยาวของรอบเดือน ปริมาณเลือด และเลือดออกระหว่างรอบเป็นเวลาสองสามเดือน จะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลที่ชัดเจนไว้เปรียบเทียบ มากกว่าความรู้สึกทั่วไปว่า "ประจำเดือนช่วงนี้ดูแปลก ๆ"
ควรพบแพทย์หากมีเลือดออกมากผิดปกติหรือนานผิดปกติ เลือดออกระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกใด ๆ หลังจากไม่มีประจำเดือนมาแล้วสิบสองเดือน