ฮอร์โมนทดแทนเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงแทบทุกครั้งในการปรึกษาเรื่องวัยหมดประจำเดือน และคำถามที่ตามมาเสมอคือ การใช้ฮอร์โมนทดแทนจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมน วิธีการใช้ และประวัติส่วนตัวของแต่ละคน ไม่ใช่คำตอบแบบใช่หรือไม่ใช่เพียงคำเดียว

การศึกษาขนาดใหญ่พบว่าฮอร์โมนทดแทนชนิดผสมระหว่างเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ในขณะที่ฮอร์โมนทดแทนชนิดเอสโตรเจนเดี่ยว ซึ่งใช้ในผู้หญิงที่ตัดมดลูกไปแล้ว ไม่ได้แสดงรูปแบบเดียวกันในการศึกษาชุดเดียวกัน ขนาดของความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น หากมี มักน้อยกว่าความแตกต่างของความเสี่ยงจากปัจจัยในชีวิตประจำวันอื่นๆ เช่น น้ำหนักตัว การดื่มแอลกอฮอล์ หรือประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นบริบทที่พาดหัวข่าวเกี่ยวกับฮอร์โมนทดแทนมักไม่ได้กล่าวถึง

เอสโตรเจนเฉพาะที่ในช่องคลอด ที่ใช้รักษาอาการแห้งและอาการทางระบบปัสสาวะ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่แยกออกไปต่างหาก เพราะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดน้อยมาก จึงไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับฮอร์โมนทดแทนแบบทั่วร่างกายในงานวิจัยเรื่องความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ความสับสนระหว่างสองชนิดนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พบบ่อยที่ทำให้ผู้หญิงหลีกเลี่ยงการรักษาที่อาจช่วยได้

ไม่มีข้อมูลใดข้างต้นที่ทดแทนการพูดคุยเป็นรายบุคคลได้ ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มใช้ฮอร์โมน ระยะเวลาที่ตั้งใจจะใช้ ประวัติครอบครัว และประวัติสุขภาพเต้านมส่วนตัว และควรทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่ตัดสินใจครั้งเดียวแล้วปล่อยไว้โดยไม่กลับมาทบทวนอีก

ควรพบแพทย์เพื่อทบทวนปัจจัยเสี่ยงส่วนตัวก่อนเริ่มฮอร์โมนทดแทน หากมีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งเต้านมชัดเจน หรือหากกำลังใช้ฮอร์โมนทดแทนอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ทบทวนแผนการรักษามานานกว่าหนึ่งปี