คำแนะนำที่ผู้หญิงได้ยินบ่อยที่สุดคือให้ขมิบให้มากขึ้น แต่ในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่ง กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานไม่ได้อ่อนแรง กลับตึงและคลายตัวไม่ได้ ภาวะนี้เรียกว่าอุ้งเชิงกรานตึงเกินไป และการขมิบเพิ่มก็เหมือนการสั่งให้กล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวอยู่แล้วเกร็งต่อไปอีก
อาการมักไม่เหมือนภาพจำของอุ้งเชิงกรานอ่อนแรง ได้แก่ ปัสสาวะลำเล็กหรือเริ่มไหลช้า รู้สึกปัสสาวะไม่สุด ปวดหน่วงท้องน้อยหรือปวดร้าวลงต้นขา เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือเจ็บเมื่อสอดผ้าอนามัยแบบสอด ท้องผูกจากการที่หูรูดไม่คลาย และบางรายมีปัสสาวะบ่อยหรือปวดฉี่เร่งด่วนซึ่งดูเหมือนกระเพาะปัสสาวะไวเกิน แต่ต้นเหตุอยู่ที่กล้ามเนื้อที่ไม่ยอมคลาย
ปัจจัยที่พบร่วมบ่อย ได้แก่ ความเครียดสะสมและการเกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว การกลั้นปัสสาวะเป็นนิสัย ประวัติเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ แผลฝีเย็บที่หายแล้วแต่ยังเจ็บ และการฝึกขมิบหนัก ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่มีคนสอน
แนวทางดูแลจะเน้นการคลายก่อนการเสริมความแข็งแรง เช่น การฝึกหายใจโดยให้ท้องขยาย การผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างตั้งใจ การปรับพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำไม่ให้เบ่ง และกายภาพบำบัดเฉพาะทางเมื่อจำเป็น
ควรพบแพทย์เมื่อ ขมิบมาหลายเดือนแล้วอาการแย่ลงหรือไม่เปลี่ยน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะลำเล็กหรือไม่สุด หรือมีอาการปวดเรื้อรังในอุ้งเชิงกราน การตรวจครั้งเดียวสามารถแยกกล้ามเนื้ออ่อนแรงออกจากกล้ามเนื้อที่ตึงเกินไปได้ ซึ่งเป็นจุดตัดสินว่าควรฝึกแบบไหน