ท้องผูกมักถูกมองว่าเป็นเรื่องของลำไส้เท่านั้น แต่ในทางอุ้งเชิงกรานมันคือแรงกดที่ลงมาซ้ำ ๆ ทุกวัน ทุกครั้งที่เบ่ง แรงดันในช่องท้องจะถูกส่งลงบนกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่พยุงกระเพาะปัสสาวะ มดลูก และลำไส้ตรง หนึ่งครั้งไม่เป็นไร แต่การเบ่งทุกเช้าเป็นเวลาหลายปีคือแรงกดนับหมื่นครั้ง และเป็นเส้นทางที่พบบ่อยที่สุดเส้นทางหนึ่งไปสู่ปัสสาวะเล็ดและภาวะอวัยวะหย่อนในภายหลัง
สิ่งที่ทำให้วงจรนี้แย่ลงคือท่าและวิธีถ่าย หลายคนนั่งตัวตรง เกร็งหน้าท้อง กลั้นหายใจแล้วเบ่ง ซึ่งเป็นการปิดทางออกแทนที่จะเปิด ท่าที่ช่วยได้คือนั่งเต็มก้น เอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย วางเท้าบนที่รองให้เข่าสูงกว่าสะโพก ปล่อยหน้าท้องให้ผ่อนคลาย และหายใจออกช้า ๆ แทนการกลั้นหายใจ
สัญญาณที่บอกว่าอุ้งเชิงกรานเริ่มได้รับผลกระทบ ได้แก่ รู้สึกถ่ายไม่สุด ต้องกลับเข้าห้องน้ำซ้ำ ต้องใช้นิ้วช่วยจึงถ่ายได้หมด ปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจาม หรือรู้สึกหน่วงถ่วงในช่องคลอดช่วงเย็น อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด แต่แปลว่าควรหยุดวงจรการเบ่งก่อนที่ความเสียหายจะสะสมมากกว่านี้
ควรพบแพทย์เมื่อ ท้องผูกเรื้อรังไม่ดีขึ้นแม้ปรับอาหารและน้ำแล้ว ต้องใช้นิ้วช่วยถ่ายเป็นประจำ มีเลือดออกทางทวารหนัก ปวดขณะถ่าย หรือมีปัสสาวะเล็ดหรือรู้สึกมีก้อนหย่อนร่วมด้วย การตรวจครั้งเดียวสามารถแยกได้ว่าเป็นเรื่องลำไส้ เรื่องผนังช่องคลอดหย่อน หรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ทำงานผิดจังหวะ ซึ่งสามอย่างนี้รักษาไม่เหมือนกัน