เมื่อแพทย์บอกว่าอุ้งเชิงกรานหย่อนอยู่ระยะ 2 หลายคนได้ยินเป็นคำตัดสิน ซึ่งไม่ใช่ ระยะเป็นเพียงการบอกว่าอวัยวะเคลื่อนต่ำลงมามากแค่ไหนเมื่อเทียบกับปากช่องคลอด เท่านั้น
ระยะ 1 คือยังอยู่ลึกในช่องคลอด ระยะ 2 คือลงมาถึงหรือใกล้ปากช่องคลอด ระยะ 3 คือเลยปากช่องคลอดออกมา และระยะ 4 คือหย่อนออกมาทั้งหมด นั่นคือทั้งหมดของมาตรวัดนี้
สิ่งที่ตัวเลขไม่ได้บอกคือมันกระทบชีวิตคุณแค่ไหน ระยะ 2 ที่ทำให้เลิกวิ่งหรือกลัวการยืนทั้งวัน สำคัญกว่าระยะ 3 ที่แทบไม่รู้สึกอะไร ทั้งสองการวัดถูกต้อง แต่การพูดคุยเรื่องการรักษาต่างกันเพราะชีวิตของแต่ละคนต่างกัน
อีกเรื่องที่สำคัญคือผนังด้านไหนที่หย่อน ผนังด้านหน้าเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ มักทำให้ปัสสาวะเล็ด ปวดปัสสาวะกะทันหัน หรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด ส่วนผนังด้านหลังเกี่ยวกับลำไส้ตรง มักทำให้ถ่ายไม่สุดจนต้องใช้นิ้วกดช่วย และมดลูกเองก็หย่อนได้เช่นกัน หลายคนมีมากกว่าหนึ่งตำแหน่งพร้อมกัน คำเดียวจึงมักอธิบายภาพรวมไม่ครบ
ด้วยเหตุนี้ ระยะเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้ตัดสินว่าควรเฝ้าติดตาม ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ใส่ห่วงพยุง หรือผ่าตัด ทั้งระยะ ตำแหน่ง อาการ ความต้องการมีบุตรเพิ่ม และสิ่งที่คุณคาดหวังจากการรักษา ล้วนมีผลทั้งหมด
การตรวจครั้งเดียวบอกได้ทั้งระยะและตำแหน่ง และแยกภาวะหย่อนออกจากอุ้งเชิงกรานที่อ่อนแรงและที่ตึงเกินไป ซึ่งสามอย่างนี้อาการคล้ายกันมากแต่รักษาคนละทาง หากขมิบมาหลายเดือนแล้วไม่ดีขึ้น การแยกให้ชัดคือสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดจากการมาพบแพทย์
ควรพบแพทย์เมื่อคลำได้ก้อนที่ปากช่องคลอด ต้องใช้แผ่นอนามัยทุกวัน ปัสสาวะไม่สุดเป็นประจำ หรืออาการหนักขึ้นช่วงเย็นหลังยืนมาทั้งวัน